About
 
8 ประเภทของโลโก้ที่คุณสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันและวิธีใช้เหมาะกับธุรกิจของคุณ [ตอนที่ 2]

8 ประเภทของโลโก้ที่คุณสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันและวิธีใช้เหมาะกับธุรกิจของคุณ [ตอนที่ 2]

เหมือนที่เราๆ รู้กันดีว่า โลโก้นั้นเององค์ประกอบสำคัญอย่างมากไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรูปแบบไหน เพราะมันเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้คนจะได้เห็นและจดจำธุรกิจของคุณ ดังนั้นถ้าคุณคิดจะมีโลโก้สำหรับธุรกิจของตัวเองไม่ว่าจะออกแบบเองหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญทำ มาดูกันดีกว่าว่าโลโก้ทั้งหมดในชีวิตประจำวันมีกี่แบบบ้าง

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับประเภทของโลโก้ไปแล้ว 4 รูปแบบในบทความก่อนหน้า มาดูกันต่อดีกว่าว่าโลโก้อีก 4 ประเภทที่เหลือนี้เป็นรูปแบบใดและสามารถนำมาใช้งานให้เหมาะสมในโอกาสใดบ้าง

5. Abstract Logo Marks

คุณอาจคิดว่าโลโก้แบบ Abstract และ Symbol มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก แต่จุดที่ทำให้ Abstract แตกต่างจากรูปแบบ Symbol คือการที่โลโก้ประเภทนี้ไม่เลือกใช้สัญลักษณ์ของวัสดุหรือวัตถุที่ตามธรรมชาติ แต่เป็นรูปร่างที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้เหมาะกับการตีความหมายให้เข้ากับแบรนด์นั่นเอง จึงทำให้นักออกแบบมีอิสระมากขึ้นในการออกแบบโลโก้ให้มีลักษณะหรือสื่อความหมายไปในทางที่ต้องการ

ตัวอย่าง: Airbnb, Chanel, Nike, Olympics, Google Drive, Adidas and Pepsi.

6. Mascots

โลโก้ประเภท Mascot โดยทั่วไปมักจะเป็นตัวละครที่อ้างอิงมาจากความจริงหรือคิดขึ้นเองได้ทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นคน–_จริงๆ หรือสมมุติขึ้นเอาก็ได้ โดยจุดเด่นของการใช้โลโก้ Mascot คือการสื่อสารที่ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเดิม เพราะการใช้ Mascot เป็นสื่อกลางสามารถให้ความรู้สึกสมจริงและจับต้องได้มากกว่าโลโก้ประเภทอื่นๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเด็กๆ และครอบครัวจะนิยมใช้ Mastcot เป็นพิเศษ รวมถึงการจัดแคมเปญรูปแบบต่างๆ แต่ต้องระบุเสริมว่าแบรนด์ต่างๆ ส่วนใหญ่เองยังต้องมีโลโก้ประเภทอื่นๆ เสริมสำหรับการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ เช่นกัน เพราะโลโก้แบบ Mascot ไม่สามารถใช้ได้หลากหลายเท่านั่นเอง

ตัวอย่าง: Michelin Man by Michelin, Colonel Sanders by KFC, Tony the Tiger by Kellogg’s

7. Emblems

โลโก้แบบ Emblem เป็นโลโก้ที่มีการผสมผสาญกันระหว่างสัญลักษณ์อื่นๆ และตัวอักษรเข้าด้วยกันในสไตล์การออกแบบที่ดูเรียบหรูและสง่างาม นอกจากนี้การใช้โลโก้ประเภท Emblem ยังเปิดโอกาสให้นักออกแบบสามารถใส่สโลแกนต่างๆ เข้าไปในโลโก้เพิ่มเสริม Brand Message เข้าไปได้เช่นกัน แต่จุดสังเกตของโลโก้ประเภท Emblem นั่นคือด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน ทำให้การใช้งานโลโก้ในขนาดเล็กอาจไม่เหมาะสมและสูญเสียองค์ประกอบอื่นๆ ไป

ตัวอย่าง: Starbucks, Stella Artois, Harley-Davidson and Manchester United.

8. Combination marks

โลโก้ประเภท Combination Mark เป็นโลโก้อีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเป็นการผสมกันระหว่างรูปภาพกราฟิคต่างๆ เข้ากับชื่อของแบรนด์ต่างๆ นอกจากนี้การใช้งานยังสามารถใช้ได้หลากหลายในแต่ละกรณี เพราะโลโก้ประเภทนี้แบรนด์สามารถเลือกที่จะใช้เพียงแค่ภาพกราฟิคหรือตัวอักษรเท่านั้นได้ตามต้องการ นอกจากนี้โลโก้ประเภทนี้ยังเหมาะสำหรับแบรนด์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก เพราะด้วยการใช้องค์ประกอบทั้งภาพและตัวอักษร สามารถทำให้แบรนด์สร้างการรับรู้ได้ง่ายกว่าเดิม

ตัวอย่าง: Lacoste, Dunkin’ Donuts, MasterCard, Toblerone and Puma.

บทสรุป

 

และนี้ก็คือโลโก้ทั้งหมด 8 ประเภทที่เราสามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน โดยโลโก้ประเภทต่างๆ จะสังเกตุได้ว่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละแบรนด์ รูปแบบการใช้งาน สถานการณ์ และตัวแปรอื่นๆ ฉะนั้นหากคุณต้องการออกแบบโลโก้เป็นของตัวเอง จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการกลับไปทบทวนว่าต้องการสื่อสารอะไรออกมาในโลโก้ของแบรนด์ของคุณ เพื่อช่วยให้สามารถเลือกประเภทของโลโก้ในงานออกแบบได้ง่ายกว่าเดิม


Other articles from Pimclick team

Summary
No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.